หอก ๔ ตอน 2
posted on 07 Apr 2008 15:49 by errorblog in Cleanแม่พูดถึงดีน
<!--[if !vml]-->
<!--[endif]-->
อีกอย่างเขาสูง 187 แล้วนะ คงไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอก
...อย่างเรื่องของการเรียน พี่ปล่อยให้เขาตัดสินใจเองหมด เพราะตัวเราเองไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย โชคดีตรงที่เขาได้กลุ่มเพื่อนดี ชวนกันไปเรียน ชวนกันไปสอบชิงทุนต่างๆ ทั้งๆ ที่ไม่เคยไปตั้งเป้ากับลูกเลยว่า ต้องเรียนให้เก่ง ต้องเรียนให้ดี กลัวว่าลูกจะเหนื่อย พี่ไม่ซีเรียสเรื่องนี้เลยนะ จะคอยถามเขาเสมอว่านี่เรียนมากไปแล้วหรือเปล่า ระวังจะเครียดจนเกินไปนะลูก ถ้าเกิดเขาสอบตกพี่ก็จะไม่ว่าเลยนะ ถ้าเกิดเขาทำเต็มที่แล้ว ทำดีที่สุดแล้วได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่เขาเป็นเด็กหัวดี นอกจากไม่เคยสอบตกแล้ว ยังเรียนเก่งมากๆ ไม่เคยกดดันลูกเลย ลูกอยากเรียนอะไรก็มาบอก เรามีหน้าที่ออกตังค์อย่างเดียว เขาคิดของเขาเองได้ ตอนนี้ก็ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเรียนวิศวคอมพิวเตอร์”
ตัดตอนจากนิตยสารหญิงไทย ฉบับที่ 758 ปีที่ 31 ปักษ์แรก เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550
ดีนพูดถึงแม่
บก. - เกรดครั้งล่าสุดของมึงได้เท่าไหร่
ดีน - 3.07บก. - แม่ให้อภัยยัง
ดีน - ยัง
บก. - 3.07ส่งผลเสียอะไรกับมึงมั่ง
ดีน - แม่ผิดหวัง
บก. - แม่อยาดได้เกรดเท่าไหร่
ดีน - 3.4ขึ้น
บก. - ตอนสอบตกแม่ว่าไหม
ดีน - ว่า
บก. - ว่าอะไร
ดีน - นี่ไม่ใช่เล่นๆนะ
ดีน - ตั้งใจหน่อย
ดีน - แบบนี้จะเอนท์ติดได้ไง
บก. - บอกแม่ไปว่าไง
ดีน - บอกไปว่าครั้งนี้จะตั้งใจ
ดีน - เทอมนี้จะตั้งใจ
ดีน - เกรดเทอมนี้ต้องดีกว่าเทอม ๑ ชัวร์ๆ
ดีน - แม่กูก็บอกว่าถ้าไม่ดีกว่าแม่กูจะฆ่าตัวตาย
บก. - เถียงต่อรึเปล่าดีน - เปล่า
ดีน - แม่กูพูดเชิงล้อเล่น
บก. - เคยสอบชิงทุนเปล่าวะ
ดีน - ทุนอะไร
ดีน - อ่อ เคยสอบชิงเอเอฟเอส
ดีน - และอีเอฟ
บก. - มึงว่ากลุ่มเพื่อนมึงเป็นเด็กเรียนไหม
ดีน - ไม่ชัวร์ๆ
บก. - แม่เคยกดดันอะไรมึงมั่ง
บก. - เรื่องเรียน
ดีน - ให้กูตั้งใจเรียน
ดีน - มากกว่านี้หน่อย
บก. - แล้วตกลงมึงไม่เรียนเดอะเบรนแล้วหรอวะ
ดีน - ไม่อะ
บก. - เดอะเบรนมึงเข้ากี่ครั้งวะ
ดีน - น้อย
บก. - แม่เคยถามรึเปล่าว่ามึงเรียนมากไปรึเปล่า
ดีน - ไม่เคย
ดีน - มึงถามทำไมวะ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สัมภาษณ์
“ ที่นี่แม่งน่าเบื่อชิบอ่า ”
เรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจากกูอยากทำสกูปเล็ก ๆ ให้พวกเพื่อนที่มันพรากผืนแผ่นดินประเทศไทยของเราไปเรียนเมืองนอกมาแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ ที่นี่ได้รับรู้
แต่ฉับพลันที่กูถามถึงความเป็นอยู่ของชีวิตลิซ่า ณ ฝรั่งเศส เพียงหนึ่งประโยคผ่านMSN ลิซ่ากลับตอบมาแบบยาวมาก ยาวแบบยาวเหี้ยๆ ยาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับชีวิตของลิซ่าในฝรั่งเศสแม่งมีสารพัดร้อยพันเรื่องให้เธอเล่า(และระบายความรันทดของชีวิต)
มากมายไม่หมดไม่สิ้น
เนื่องด้วยเวลานั้นกูอยู่ในช่วงกระบวนการค้นหาผู้ให้สัมภาษณ์คนต่อไป การมาเจอคนพูดมากเยี่ยงลิซ่าจึงทำให้ทุกอย่างลงตัวพอดิบพอดี
ยังจดจำหน้าตา ลักษณะนิสัย ความคิดของลิซ่าสมัยอยู่ห้อง ๑๒ ได้ใช่ไหม ?
โปรดลองอ่านบทสัมภาษณ์นี้ดูอย่างใคร่ครวญ กูอยากรู้ว่ามึงจะเห็นแบบเดียวกับกูไหม
กูว่าลิซ่าเติบโตขึ้น
ฝรั่งเศสต่างกับที่คิดเยอะไหม
แล้วเราคิดว่าไรวะ(หัวเราะ) จริงๆแล้วเราไม่ได้ตั้งความหวังไว้ก่อนมาน่ะ ว่ามันต้องเป็นงั้นเป็นงี้ เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรบ้าง
แล้วก่อนไปไม่ได้ศึกษาเรอะว่าที่นั่นเป็นไง
ไม่อะ ศึกษาแค่ภาษา ป้าก็ส่งข่าวคราวมาบ้าง อีกอย่างพี่เราก็บอกแล้วว่าเป็นไง เพราะมันก็ไปมา เลยไม่ได้แคร์อะไร
อ้าว พี่ลิซ่าก็ไปที่นั่นหรอวะ ไม่ใช่ไปแบบเอเอฟเอส(AFS : ทุนนักเรียนแลกไปเปลี่ยนไปต่างประเทศ ซึ่งตามเข้าใจของกู เด็กไม่มีสิทธิที่จะเลือกเมืองอยู่)
หรอ
ไปเอเอฟเอส แต่ช่วงปิดเทอมไง มันมาเยี่ยมญาติได้ มันเลยมาอยู่กับป้าเราสองอาทิตย์
พี่คาร์โลชอบป้าลิซ่าปะ
ไม่ มันไม่ชอบชีวิตที่นี่ด้วย จริงๆมันต้องอยู่เรียนต่อไป แต่มันเลือกกลับ มันบอกน่าเบื่อ รับไม่ได้ ซึ่งเราเห็นด้วยอย่างแรง ที่นี่แม่งน่าเบื่อชิบอ่า นี่เราปิดเทอมสองอาทิตย์แม่งต้องมานั่งเฉาอยู่บ้าน ไร้อะไรทำ ไปไหนก็ไม่ได้ ไม่มีใครพาไป ไปเองก็ไม่ได้อีก อยากคุยกับเพื่อน อยากหัวเราะ อยากนินทาคนเหมือนเคย คิดถึงชีวิตแบบเดิมๆ แต่มันก็นะ ต้องทำใจล่ะ เรายังอยู่อีกนาน ชีวิตมันต้องสู้
แล้วทำไมคนที่นู่นเค้าอยู่กันได้วะ
ถามแปลก ก็เค้าเกิดกันที่นี่ มันคือชีวิตเค้า
ชีวิตเราเมื่อก่อนอยากไปที่ไหน แม่งเดินออกไปก็เจอรถ อยากนัดเจอเพื่อนก็แค่โทร จบ แม่ง มาที่นี่ รถเมล์ก็ไม่มีผ่าน ห้างก็ไม่มี ของก็แพง ไปเที่ยวก็ไม่ได้
ใจเย็นครับพี่ครับ
มันแตกต่างกันสิ้นเชิงน่ะ มันต้องปรับตัว เราไม่ได้อยู่ในเมืองน่ะ เลยยิ่งไม่มีอะไรทำเลย
แล้วเรียนรู้อะไรจากการอยู่ว่างๆมั่ง
ก็แล้วแต่อารมณ์อะ บางทีว่างก็รู้สึกสบาย บางทีก็รู้สึกเซ็ง เบื่อ บางทีก็คิดถึงคนอื่น เลยทรมานแทน(หัวเราะ)ว่างๆก็ดี มันได้คิดอะไรเยอะ
ฟุ่งซ่านเรอะ
จะว่าฟุ่งซ่านหรอ ก็แล้วแต่ บางทีก็คิดเรื่องมีประโยชน์นะ
จงยกตัวอย่างความคิดอันบรรเจิดของท่าน
เราก็คิดเรื่องอนาคตน่ะ เออ ตอนนี้ก็มาอยู่แล้วใช่ไหม หันหลังกลับไม่ได้แล้ว แม่ก็หวังให้เรียนต่อให้จบ มันก็ต้องคอยให้กำลังใจตัวเองไปเรื่อยๆอะ มันต้องไม่ท้อใช่ไหม มีคนที่เรารัก และรักเรารออยู่ ก็ยอมวันนี้เพื่อนวันที่ดีข้างหน้า มันจะแย่สักเท่าไหร่เชียว มันก็ต้องมีวันดีบ้างล่ะ
เราค่อนข้างจะสนใจเรื่องโหน่งกับลิซ่าว่ะ ความห่างมันทำร้ายอะไรมั่ง
ไม่นะ มันทำให้เค้ารักโหน่งมากขึ้นอีกจริงๆแล้วอะ โอเค ยอมรับ บางครั้งมันก็ทรมานมากจริงๆ เมื่อก่อนเคยคุยกันทุกวัน เห็นหน้ากันทุกวัน แต่วันนี้มันไม่มีวันแบบนั้นอีกแล้วไง มันต้องยอมรับความเป็นจริง เราก็คิดกับตัวเองตลอดอะ ว่าเรามาแค่เพื่อเรียน ไม่ได้มาหาความรัก เพราะเราเจอรักแท้ของเราแล้ว แล้วเราก็เชื่อใจโหน่ง
ทำไมคิดว่าโหน่งคือรักแท้
(หัวเราะ) อันนี้เราไม่รู้จะอธิบายยังไง รักแท้ ต้องเจอกับตัวเองแล้ว แล้วจะรู้เอง
หมั่นไส้เว้ย
อะหรอออออออ ~
ได้ข่าวว่าลิซ่างอนโหน่งบ่อยมาก
ใครบอก
แพ็คเล่าให้ฟัง
มึงตาย
...........
(หัวเราะ) ล้อเล่นน่ะ อืม เรางอนเก่ง แต่เราบอกโหน่งก่อนมาเป็นแฟนอีกนะว่าเรางอนเก่ง โหน่งเค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร เราง้อเก่ง เออ เราไม่ผิดนะ เราเตือนไปแล้ว แต่เราก็พยายามไม่งอนแล้ว ไม่รู้ว่าเราทำได้ไหม ไกลกันแล้วไม่อยากทะเลาะมาก
“เราปั่นจักรยานไปเยอรมันได้อะ คิดดู”
ลิซ่ามีความฝันเปล่าวะ
พูดกับใครวะ กับตัวเองหรอ
กับเอ็งนั่นแหละ
- - ฝันนี่คือความฝันในอนาคตใช่ไหม
เออ
อะแฮ่ม... คือปีหน้าเราอยากย้ายไปอยู่หอ แล้วเรียนต่อ จากนั้นเข้ามหาลัย สาขาวิทยาศาสตร์ (แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะเรียนอะไร ถึงตอนนั้นคงรู้) แล้วก็เรียนให้จบ กลับไปประเทศไทย แต่งงานกับโหน่ง มีงานดีๆทำ อยู่ด้วยกันในบ้านหลังหนึ่งตลอดไป ...อืม มันคือความฝัน
โคตรอภิมหาโปรเจค
ก็จะพยายามทำให้เป็นความจริง ค่อยๆทำให้สำเร็จไปทีละอย่าง ตอนนี้สิ่งที่กำลังมุ่งหวัง คือการย้ายไปอยู่หอในเมือง โอ้เย้
ไอ้สตาบูคนี่มันอยู่ตะเข็บชายแดนใช่ไหม
เออ เราปั่นจักรยานไปเยอรมันได้อะ คิดดู
แล้วทำไมถึงอยากเข้าเมืองนะ
เราเบื่อ มันคงเป็นชีวิตแบบเดิมๆ เราอยากลองเปลี่ยนบ้าง เราไม่อยากย่ำอยู่ที่เดิม เราอยากเดินไปข้างหน้ามั่ง ประเด็นคือเราต้องหางานทำน่ะ พ่อแม่ไม่ได้มีตังค์ให้ตลอด อย่างน้อยในเมืองเราคงหาอะไรทำได้บ้างอะ
เราว่าในสตาบูคคงพอมีไร่สักไร่ให้ลิซ่าไปถาง
บินมาตบกับชั้นเลยไหม
ลิซ่าจะไปอยู่ในเมืองคนเดียวใช่ไหม เรียน หางานทำ
แย็บๆ
โคตรสู้ชีวืตเลยนี่หว่า เมืองปารีสเรอะ
ชีวิตมันต้องสู้ว่ะ (หัวเราะ) แต่คงไปไม่ได้ ไกล แถวๆเมืองสตารบรูคเนี่ยละ ปารีสไว้ค่อยเก็บตังค์ไปเที่ยวเอง
จริงๆก็เคยไปมาแล้วนะ แต่มาอยู่ทั้งที จะไม่ให้ไปปารีสมั่งเลยหรอ
เดินชองอารีเซ่ ดูแสงหอไอเฟลยามดึก
...โอ้ว เพ้อและกู
เราว่าสตาบรูคยังน่าดูกว่าอีก ทุ่งหญ้า ธรรมชาติ
เราก็ไม่ได้บอกไม่สวยนะ ดอกไม้อะ โคตรสวยเลย เพียงแต่มันไม่มีอะไรทำ
อึดอัดไหม
ก็มีบ้างนะ ...อย่างแรงเลยล่ะ แต่ทำไงได้ล่ะ ก็ทำความเข้าใจไป
เดี๋ยวก็ชินเอง
ตกลงมึงจะมีบ้างนะหรืออย่างแรง
อย่างแรงๆ ฝรั่งไม่มีน้ำใจเหมือนคนไทยเลย ก็นะ กูเลวมั้ง(หัวเราะ) บ้าาา ไม่ดีๆ ก็นั้นแหละ เข้าใจมันเป็นอะไรไปวะ พูดกับตัวเองเรอะ
กับเอ็งอะ
แล้วพูดอะไร ‘กูเลวมั้งฮ่าๆๆ บ้าาาไม่ดีๆ’ งงฉิบหาย
ตั้งสติว้อย! ตั้งสติ!
ค่ะพ่อ
ไม่มีอะไรทำแล้วลิซ่าปรับตัวยังไง
เปลี่ยนสีน่ะ(หัวเราะ) ...อือ ก็ยอมรับมัน เท่านั้นแหละ โอเค สังคมเค้าเป็นงี้ รู้ไว้ แล้วก็เข้าใจ
มีอะไรอยากบอกเพื่อนห้อง๑๒ไหม ขออย่าน้ำเน่าเหมือนตอนพูดถึงโหน่ง
อืม ก็ ไม่รู้ดิ อยู่ที่นี่แล้วโคตรคิดถึงเพื่อนเลย สังคมเพื่อนที่ไทยดีกว่ามากๆขอบอก แล้วก็ มีอะไรมาคุยกันมั่งก็ดี
ณ ตอนนี้ มีความสุขดีไหม
ไม่อะ ไม่มีความสุข แต่ก็หวังว่าอะไรๆมันจะเปลี่ยนละกัน
โห ถ้าลิซ่าตอบประมาณว่าตอนนี้มีความสุขดี รู้สึกพอใจกับชีวิต บทสัมภาษณ์แม่งจะจบสวยมาก
(หัวเราะ) เอาใหม่ก็ได้
อืม.. มีความสุขดี รู้สึกพอใจกับชีวิตมากๆ
<!--[if !vml]-->
บทสนทนาจัญไร
เป็นไปไม่ได้ที่เราจะเอาแต่พล่ามถึงลิซ่าโดยไม่เอ่ยถึง แพร หลังจากที่แพรได้ถูกโครงการ EF หรือ AFS นี่แหละ(กูล่ะสับสนกับ 2 โครงการนี้จริง ๆ)ดึงตัวแพรไปยังต่างแดนราว ๔ – ๕ เดือนผ่านมาได้แล้ว บทสนทนานี้ เราจะคุยถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพขึ้นชื่อ ณ ประเทศที่เธออยู่
ประเทศเยอรมัน – ประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเบียร์ !
บก. - โอ้ว สวัสดี
แพร - ddddddddddd
บก. - เฮ้ย แพร ถามหน่อยดิ
แพร - va ma
บก. - อยู่ที่เยอรมันแดกเบียร์รึเปล่าวะ
แพร - drink di
บก. - โอ้ว
บก. - เบียร์ที่นั่นอร่อยเปล่าวะ
บก. - ได้ข่าวว่าเบียร์แม่งรสชาติดี
บก. - เบียร์สด
แพร - koodddddd
บก. - จริงเด้
แพร - koddd aa
บก. - แล้วเมาเปล่าวะ
แพร - mimi
แพร - a little bite aloho
บก. - อโลโฮ่คืออะไรวะ
แพร - แอลโกho
บก. - อ่ออออ
แพร - 5555
บก. - ทุกคนที่นั่นแม่งแดกเบียร์แทนน้ำจริงเปล่าวะ
แพร - true
บก. - แพรก็ด้วยเรอะ
แพร - mimi
แพร - little
บก. - ทำไมเค้ากินกันเยอะขนาดนั้น มีเหตุผลอธิบายไหม
แพร - cold
บก. - มันหนาวทั้งปีเลยหรือไงวะ หรือเค้าจะกินกันเยอะเฉพาะฤดูหนาว พอฤดูปกติก็แดกน้ำ
แพร - mi
แพร - drinkkkkkkkkkkk
บก. - ตอบยาวๆให้เข้าใจหน่อยไม่ได้หรอวะ
แพร - winter in Thailand is summer here
บก. - โอ้ว ตอบยาวแล้วว้อย
แพร - 555555
บก. - ช่วยอธิบายความอร่อยของเบียร์เยอรมันเป็นภาษาอังกฤษอย่างละเอียด
แพร - I have drink and then that make meeeeee ohhhh godddd
บก. - โอ้วววว
แพร - 555555
.
.
.
ปล ต่อไป สำหรับนิตรยสารหอก ผมอาจจะโพสให้โหลดทีละจึ๊กนะครับ จะเป็นไฟล์เจเปค
รอตอนหน้าละกันครับ อ่านให้สนุก
แล้วก็ขอนอกเรื่องหอกนิดหน่อยนะครับ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
(จิ๊กรูปมาจากเวปเด็กดีนะ )
เรื่อง อิคิงามิ ค่าย TKO Comics
ถ้าหาก จู่ๆ มีจดหมายส่งมาที่บ้านคุณ บอกคุณว่า คุณจะตายภายใน 24 ชม หลังจากนั้นคุณจะทำอะไรต่อไป
อิคิงามิ คือ ชื่อของสานส์ที่ถูกส่งมายังบ้านของบุคคลที่ได้รับข่าวว่าคนๆนั้นจะต้องตายหลังจาก 24 ชมที่ได้รับสานส์
เรื่องเกิดที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่ออายุได้ 10 ขวบ เด็กทุกๆคน จะได้รับการฉีดวัคซีน โดยวัคซีนจะแรนดอมยาตัวนึง ที่เมื่อถึงเวลาก็จะสังหารบุคคล คนนั้นไ้ด้ในทันที
เป็นการ์ตูนซีเรียสครับ เนื้อหาจริงจัง ทำกันเหมือนเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ
ซึ่งคำถามว่า เขาฉีดกันไปทำไม ก็เพื่อที่จะให้คนทุกคน ได้รับรู้ถึงคุณค่าของการใช้ชีวิต ทำให้คนที่ไม่โดนอิคิงามิ ได้เห็นค่าของชีวิตตนมากขึ้น ส่วนคนที่ได้รับอิคิงามิ ก็จะเป็นตัวอย่างให้ แก่คนรุ่นหลังต่อไป
เป็นเนื้อหาแนวทางใหม่ที่เจ๋งมากๆครับ การ์ตูนเหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาอะไรแปลกใหม่อ่าน หลุดจากการ์ตูนตลาดเดิมๆในบ้าน
โดยตัวเนื้อหาจะเล่าไปทีละตัวละครครับ ว่าหลังจากได้รับอิคิงามิแล้ว แต่ละตัวตัดสินใจทำยังไงกับชีวิตต่อไป บางคน ใช้เวลาที่เหลือเพื่อแก้แค้น หรือว่า ใช้เวลาที่เหลือให้มีค่า
ผมได้รับคำแนะนำมาจากพี่ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ ให้ลองมาอ่านดูครับ
สนุกมากครับ ใครชอบอ่านนิยาย ก็ลองหามาซื้ออ่านดูได้ อ่านแล้วได้สาระ
ส่วนใครอยากอ่านบทวิจารณ์การ์ตูนเรื่องนี้ของพี่เอกสิทธิ์ ก็หาซื้อได้ LET COMIC ตามแผงหนังสือได้แล้วครับ
edit @ 7 Apr 2008 16:05:25 by E R R O R การ์ตูนฉบับนี้จะต้องโด่งดังไปทั่วโลก
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
edit @ 7 Apr 2008 18:00:36 by E R R O R การ์ตูนฉบับนี้จะต้องโด่งดังไปทั่วโลก

#1 By illman on 2008-04-07 15:56