ตัวหนังสือด้านขวาที่หายๆไปรบกวนกด Ctrl + A นะครับมันจะเห็น
หอก๐๔
บทบรรณาธิการ
กูจำไม่ได้ว่าวันไหน ที่ไหน เวลาใด รู้แค่ว่าในฉับพลันตอนนั้น จู่ๆกูก็ตระหนักคิดขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง
ชีวิตพวกเราแม่งโชคดีฉิบหาย
ถึงแม้บางคนจะขี้เกียจสันหลังยาวสะท้าน แต่เรามีโอกาสศึกษาวิชาความรู้อันโคตรน่าเบื่อทั้งหลายแหล่มาไว้ติดตัว แม้บางคนจะไม่พอใจในไขมันส่วนเกิน แต่เราก็มีข้าวให้แดกกันตายทุกวัน แม้บางคนจะเซ็งบิดามารดาเวลาพร่ำบ่น แต่เราก็มีคนคอยเป็นห่วงแบบเซเว่นอีเลฟเว่น แม้บางคนจะเบื่อจะเซ็งชีวิต แต่เราก็ยังมีความหวัง
แต่บางคนแม่งไม่มีโอกาสได้รับสิ่งประเสริฐเหล่านี้ในชีวิต
จะว่าไปแล้ว หากมาลองคิดๆดู ไม่ว่าจะพวกศิลปินชื่อดัง นักรบผู้องอาจในประวัติศาสตร์ อัจฉริยะที่ทั่วทั้งโลกยอมรับหรือใครก็ตามที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ต่อให้มีความสามารถเหนือมนุษย์แค่ไหน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตของท่านๆผู้เกรียงไกรเหล่านั้นก็ล้วนต้องขึ้นตรงต่อโชคชะตาอยู่ไม่น้อย
ยกตัวอย่างเช่นว่า หากดวงวิญญาณบิล เกตต์ ดันถูกโชคชะตาพัดพาไปเกิดเป็นคนไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นที่ใช้ชีวิตท่ามกลางความ
ไร้ซึ่งเทคโนโลยีทั้งปวง ต่อให้พลิกแผ่นดินหายังไงก็ไม่มีทางเจอคอมพิวเตอร์ซักเครื่องให้แม่งเอานิ้วจิ้มคีบอร์ดเล่นแน่นอน ไมโครซอฟท์ก็จะไม่มีทางถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกอย่างเด็ดขาด และบิล เกตต์ก็จะไม่มีทางได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองเยี่ยงปัจจุบันอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกัน
หรือหากดวงวิญญาณของกูดันทะลึ่งไปเกิดเป็นกระจั๊ว ตลอดชีวิตของกูก็คงหมดไปกับการหาวิธีสืบดำรงเผ่าพันธุ์กระจั๊วของกู และคอยหลบหนีย่ำตีนจากเหล่ามวลมนุษย์ที่คอยรุมทำร้าย เช่นนั้น กูคงไม่มีโอกาสได้เขียนหนังสือ ไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนในบดินทร ไม่มีโอกาสเจอเพื่อนห้อง ๑๒ ที่ทั้งน่ารักและเฮงซวย และคงไม่มีโอกาสทำนิตยสารหอกให้ทุกๆท่านได้อ่านเช่นกัน
ประเด็นคือชีวิตเราแม่งดันเลือกเกิดไม่ได้ และบางทีเราก็เลือกที่จะเป็นไม่ได้
ย้ำอีกครั้งว่าบางที
ในความคิดตื้นๆของกูมันสรุปออกมาได้ว่า ในเมื่อเรากระจอกงอกง่อยเกินกว่าเปลี่ยนแปลงในหลายสิ่งหลายอย่างที่โชคชะตาและลิขิตฟ้า
ประทานมาให้ การพอใจในตัวกูและการพอใจในตัวมึงเองก็ดูจะเป็นหนทางมุ่งสู่ความสุขได้มากที่สุด
ซึ่งชีวิตพวกเราแม่งโชคดีฉิบหายเสมอแหละ หากเราพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นได้
อ่านหอกสักเล่มไหม ?
บรรณาธิการนิตยสารหอก
นายธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์ ม.5/12 เลขที่ 6 รายงาน

ข่าวคราวคร่าวคร่าว
มายได้เหรียญทองแดงซีเกมส์
ภายหลังจากที่มายได้ย้ายออกจากห้อง ๑๒
ด้วยเหตุผลลี้ภัยทางการเมือง
มายก็ได้ทุ่มเทฝึกฝนว่ายน้ำกระเพื่อมไขมันอย่างบ้าคลั่งจนแทบจะแดกน้ำคลอรีนแทนน้ำดื่มตรานิลุบลตลอดมา ส่งผลในเธอคว้ารางวัลเหรียญทองทองแดงในการแข่งขันว่ายน้ำประเภทอะไรสักอย่างที่กูจำไม่ได้
กู : เฮ้ย ได้ข่าวมาว่าได้ที่สาม
มาย : อืม ไหนบอกจะไปเชียร์ แม่งหายไปเลย(หัวเราะ)
กู : ตามข่าวไม่ทัน
มาย : ดำไปเลย เเดดบ้านแกแรงชิบ
กู
: ได้ตังค์เท่าไหร่วะ
มาย : ค่าเหรียญคงแสนนึง
กู : ตอนแข่งกดดันเปล่า
มาย : มากๆๆๆๆๆ คนเชียร์ล้นสนามเลยอ่ะ ชั้นแบบคิดในใจเว่ย
อย่าฝากความหวังไว้กะกรูมาก (หัวเราะ)
กู : มันกลัวมายกันหรอ
มาย : ไม่มั้ง มันแก่ๆทั้งนั้น ไม่กลัวเด็กๆหรอก
กู : อ๋อ มายเด็กสุดเรอะ
มาย : ถูกต้อง
กู : เยด แล้วมีผลงานระดับประเทศมาอย่างงี้ได้ไปเอเชี่ยนเกมเปล่าวะ
มาย : ดูก่อนน่ะ อาจจะยัง แต่อยากไปแสดดดด.
กู : อืม มันต้องคัดเลือกอีกใช่ไ
มาย : ใช่
กู : เอาเหรียญทองแดงซีเกมส์ปาหัวแม่งเลย ให้มันรู้ว่าฝีมือขนาดไหน
มาย : กูยังไม่ได้ค่าเหรียญกะเงินเดือน ต้องง้อแม่งก่อน
![]()
![]()
ผอ.ขี้เกียจกล่าวสุนทรพจน์แล้ว
ท่านผู้อำนวยการ อมรรัตน์ คือบุคคลเพียงคนเดียวที่คุ้มกะลาหัวกูในตลอดชีวิต ๕ ปี
ณ บดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) สิ่งที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของท่านก็คือสุนทรพจน์ที่เปื่ยมไปด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณและความเมตตา ทว่าพักหลังๆนี้กูกลับไม่เห็นท่านออกมาพูดหน้าตึกด้วยโวหารคมคายเหมือนเมื่อก่อน จึงอดไปถามท่านด้วยตัวเองไม่ได้
กู : ทำไมเมื่อเช้าผอ.ไม่ออกมาพูดหน้าตึกล่ะครับ
ท่านผอ.ผู้ยิ่งใหญ่ : ไม่พูดแล้ว พูดทำไมล่ะ พูดไปก็ไม่เคยมีคนฟัง พูดแค่ปีละครั้งก็คงพอแล้วแหละ
นับเป็นเรื่องน่าเศร้าร้าวรานรันทดของเด็กนักเรียนโรงเรียนบดินทรฯที่กูอยากจะร้องออกมาดังๆว่า “(เ)เย่ ! ”
.........................................................................................
การมาของครูแนะแนว
เรื่องโคตรแปลกแต่โคตรจริงอย่างหนึ่งของห้อง ๑๒ ก็คือเราไม่เคยโดดวิชาแนะแนวเหมือนห้องอื่นๆ(ทั้งๆที่ปีแล้วโดดทุกคาบตลอดมันทั้งปี ! ) สาเหตุทั้งหมดไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากครูแพน - ครูที่มีรูปร่างหน้าตางดงามที่สุดเท่าที่ชีวิตกูเคยเจอมา
กูค้นพบว่าในขณะที่กูร่ำเรียน เนื้อหาการสอนตรงไหนที่มันน่าเบื่อ ถ้ามันถูกถ่ายทอดโดยครูแพน ไอ้เนื้อหาเวรนั่นจะน่าสนใจขึ้นอีกหลายเท่าตัวนักเมื่อเทียบกับครูท่านอื่น กูเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘ มีแรงบันดาลใจในการเรียน ’
วงการคุณครูแห่งประเทศไทยจึงควรประดับคุณครูเฉกเช่นนี้ไว้ให้เยอะๆ และคงอยู่ตราบนานเท่านาน
อย่างไรก็ตาม การที่ครูแพนบ่นอิดออดบ่อยๆว่าเมื่อไหร่จะหมดคาบ ทำให้กูค้นพบอีกอย่างหนึ่งว่าครูแพนเป็นคนหนึ่งที่ขี้เกียจที่สุดเท่าที่ชีวิตกูเคยพบมาเหมือนกัน
แต่ไม่เป็นไร นั่นเป็นเรื่องที่ห้อง ๑๒ทุกคนพร้อมจะให้อภัย
![]()
17.ค่าเฉลี่ยอายุของนักเรียนชั้น ม.5/12 คือ 17.2 ปี แต่คนนับลืมรวมอายุนายวรพงศ์ ปัญญาวุฒิเลิศเข้าไปเมื่อรวมอายุของนายวรพงศ์ ปัญญาวุฒิเลิศแล้วค่าเฉลี่ยอายุชองชั้นม.5/12จะเป็นเท่าไร(ent’52)
1.) 15000 ปี
2.) 45000000ล้านปี
3.) เป็นไปได้ทุกข้อ
4.) ข้อมูลไม่เพียงพอเนื่องจากไม่มีใครเกิดก่อนนายวรพงศ์ ปัญญาวุฒิเลิศ จึงไม่ทราบอายุที่แท้จริง
ทักคนข้างบ้าน
เทคนิคการมัดใจลูกค้าของรถสองแถว
ณ หมู่บ้านสินธร
มองภาพด้านขวาแล้วมึงอาจจะทึ่งในความเร็วกว่านรกของรถสองแถวสินธร(หมู่บ้านที่เอ็ม , บก. และพี่โน้ส อุดมสังกัดอยู่)
มันเป็นเทคนิคการถ่ายภาพของกูเอง ในความเป็นจริงมันเป็นรถที่มีความเร็วเท่าหมาวิ่งจ๊อกกิ้ง กริ่งที่กดไม่ค่อยจะติด และควันพิฆาตมารที่ทำให้ใบหน้ามอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขี่ตามหลังถูกรมควันมานักต่อนัก
ด้วยความที่มันให้บริการไม่ค่อยได้เรื่องนี่เอง รถสองแถวหมู่บ้านนี้จึงคิดค้นเทคนิคในการโฆษณามัดใจลูกค้าขึ้นอย่างไม่เคยมีรถสองแถวหมู่บ้านไหนเคย
ทำมาก่อน(หรือเคยทำแต่กูไม่รู้)

80 ปีทำดีเพื่อพ่อประหยัดเงิน ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน สินธรดี เพราะคนดี
ประหยัดพลังงาน มาใช้รถประจำทาง มาใช้รถประจำทางสินธร นั่งรถดีมีระดับ
สินธร เพื่อประเทศชาติ!! ต้องนั่งรถสินธร
ขอบคุณที่ท่านมาใช้บริการ
.
.
.
ตดตามต่อเอนทรี่หน้าครับ
edit @ 19 Mar 2008 22:49:19 by E R R O R ตัวการ์ตูนที่ หลงรักคุณตลอด 24 ชั่วโมง
edit @ 19 Mar 2008 22:52:50 by E R R O R ตัวการ์ตูนที่ หลงรักคุณตลอด 24 ชั่วโมง
edit @ 19 Mar 2008 22:54:54 by E R R O R ตัวการ์ตูนที่ หลงรักคุณตลอด 24 ชั่วโมง