เขียนถึงหนังพระพุทธเจ้า
posted on 25 Dec 2007 03:41 by errorblog in ETC
ผมไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ
- อยากดูอนิแมชันสองมิติในโรง หลังจากที่ไม่ได้ดูมานาน
- ได้ข่าวมาว่าผู้สร้างลงทุนกับเรื่องนี้ไป ๑๒๐ ล้าน ถึงกับขายรถขายบ้าน กู้หนี้ยืมสิน ประกาศของเงินสมทบทุนจากที่ต่างๆหลายแห่ง
- เสียงลือเสียงเล่าอ้างสุดโคตรหนาหูว่าหนังเรื่องนี้ดี บางคนกล่าวลงในเว็บบอร์ดพันทิปว่าดูหนังเรื่องแล้วซาบซึ้งตรึงไปถึงก้นบึ้งดวงหฤทัย ความดีมากของหนังมันมีมากล้นเสียจนเขมือบหัวใจทั้งดวง ทำให้เขาถึงกับน้ำตาเอ่อหลั่งด้วยความเปี่ยมสุขเลยทีเดียว(แต่หลังจากที่ผมดูแล้ว กลับพบว่ามีคนผิดหวังจากหนังเรื่องนี้ไม่น้อยเหมือนกันว่ะ)
- ผมสนใจพุทธศาสนา พุทธปรัชญา
ภายหลังจากพยายามคะยั้นคะยอ อ้อนวอนโน้มกราบลงเบื้องตีนของเหล่ามิตรสหาย ไหว้วานมันไปดูหนังเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้ง พยายามอ้างเหตุผลสารพัดเพ หว่านล้อมให้มันไปดู ทว่าสุดท้ายทุกคนแม่งก็ต่างพากันส่ายหน้าบรึๆ ตามระเบียบ
เมื่อเป็นเช่นนั้น ผมจึงถ่อไปดูหนังเรื่องนี้เพียงลำพัง ไม่รอผีห่านซาตานที่ไหนไปดูด้วยทั้งสิ้น ด้วยความหวั่นเกรงว่าหากผมล่าช้า หนังเรื่องอื่น ๆ ที่เข้าใหม่มันอาจจะมาแย่งโรงจนเบียดหนังเรื่องนี้กระเด็นออกไป
จับจ่ายซื้อตั๋ว เดินเข้าไปในความมืด และนั่งชมพร้อมกับนานผู้คน(ส่วนใหญ่มากเป็นครอบครัว)
และภายหลังจากที่หนังประวัติพุทธเจ้าผ่านพ้น สิ้นสุดในเนื้อเรื่องจนขึ้นเครดิต
ผมก็ค้นพบว่า
ผม
...เกือบหลับ
ให้ตายเถอะ ในความรู้สึกผม หนังเรื่องนี้น่าเบื่อมาก
หนังเล่าเรื่องไปตั้งแต่ก่อนที่พระพุทธเจ้าประสูติ จนไปจบที่ปรินิพพาน ดำเนินเรื่องไปเนิบ ๆ เรื่อย ๆ ราวกับเนื้อหาในบทเรียนวิชาพระพุทธศาสนาที่ผมเรียนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่มีผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเตรียมใจไว้แล้วว่าจะเป็นเช่นนั้น (แต่ก็แอบหวังไว้จึ๋งนึงว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้นเช่นกัน)
และสิ่งที่ค่อนข้างสร้างตะขิดตะขวงใจผมพอสมควรกับเรื่องนี้ก็คือ
- ทำไมหนังถึงต้องไปเล่าเรื่องราวก่อนประสูติ เรื่องราวของพระพุทธเจ้าประสูติแล้วเดิน ๗ เก้า เรื่องราวของการทำนายของพวกโหร หรือเรื่องราวอภินิหารของพวกองค์เทพทั้งหลายแหล่ด้วย ผมว่าไม่จำเป็น ในฐานะคนดู ผมไม่รู้สึกว่าฉากนั้นมันจำเป็นหรือส่งผลอะไรต่อเรื่องเลย
อันนี้มันอาจจะเป็นเรื่องของรสนิยม บางคนอาจจะชอบในวิธีการเล่าเนิบ ๆ เนื้อหาชัดเจนว่าพระพุทธเจ้าทำกิจอะไรบ้าง แต่ผมรู้สึกได้เลยว่าคนเขียนบทไม่ยอมเลือกที่จะเล่า ไม่ยอมเลือกหยิบจับเฉพาะเหตุการณ์สำคัญๆมาเล่า(ไม่รู้เป็นเพราะโดนเหล่าคณาจารย์ผู้ตรวจสอบสั่งมาว่าให้เล่าเรื่องให้ครบถ้วนสมบูรณ์รึเปล่า) - ผมไม่แน่ใจว่าการนำเสนอโดยมีเหล่าองค์เทพมา มีอภินิหารมา (รวมทั้งการที่พระพุทธเจ้าประสูติลงมาบนโลกก็เป็นฝีมือของเทพ) มันจะทำให้เด็กคิดว่าพุทธศาสนาเป็นเรื่องของเบื้องสูง ไกลตัวหรือเปล่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพุทธศาสนามันเป็นเรื่องใกล้ตัวสุดๆ มันเป็นเรื่องของตัวเราเลยด้วยซ้ำ
ผมว่าเรื่องมันน่าจะไปโฟกัสที่ตัวพระพุทธเจ้าเลย ไม่จำเป็นต้องไปเล่าถึงอภินิหารก่อนเกิด ดอกบัวเจ็ดเหล่า โหรทำนายอะไรเทือกนั้น น่าจะมุ่งเล่าไปที่ความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร เช่นตอนที่ต้องตัดสินใจออกผนวช ตอนที่ต้องทรมานเวลาบำเพ็ญทุกขกริยา ความรู้สึกตอนได้ฉันท์อาหารหลังจากทรมานตัวเองมาเป็นปี และที่สำคัญที่สุดคือตอยตรัสรู้ ผมว่าชีวิตของพระพุทธเจ้ามันน่าสนใจตรงนั้น
- ผมงงมากว่าทำไมพระอานนท์ร้องไห้เสียใจในวันที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระอานน์เป็นถึงพระอรหันต์แล้วไม่ใช่หรอครับ ? ทำไมยังเศร้าเสียใจกับเรื่องพวกนี้ได้ ? ใครทราบช่วยชี้แจงผมที
แต่ถึงอย่างไร ผมก็ค่อนข้างเข้าใจและเห็นใจผู้สร้าง
การจะทำการ์ตูนชีวประวัติให้ดูสนุกนั้นเป็นเรื่องที่ยาก(โคตร) และยิ่งเป็นชีวประวัติของพระพุทธเจ้าที่มีรายละเอียดยิบย่อยเยอะแยะ อีกทั้งยังพลิกแพลงหรือสอดแทรกแนวคิดทัศนะของผู้สร้างในเนื้อหาลงไปได้ยาก ยิ่งกลายเป็นเรื่องที่โคตรมหายากทวีคูณ
ผมรู้สึกทึ่งในความศรัทธาและจิตวิญญาณของผู้สร้างอย่างมาก การขายบ้าน ขายรถ กู้หนี้มาทำหนังที่ตัวเองศรัทธานี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
แม้ในความคิดผม พระพุทธเจ้าจะไม่ใช่หนังที่ดีก็ตาม
ได้ข่าวมาว่าหนังเรื่องนี้ทำรายได้ไปเพียง๑๐กว้าล้านเท่านั้น แถมยังมีแผ่นผีออกมาขายอีก ใครอยากดูแต่ยังไม่ได้ดูรีบเข้านะครับ
เขียนด้วยความนับถือ
สะอาด
ป.ล.เอนทรี่หน้า สะอาดสัญญาว่าจะเอาการ์ตูนมาลงให้อ่านกัน(เสียที)
edit @ 25 Dec 2007 03:42:41 by E R R O R ตัวการ์ตูนที่ หลงรักคุณตลอด 24 ชั่วโมง



ส่วนตัวคิดว่าเส้นเหมือนวอลดิสนี่ชมัด
#1 By kresiana เห็ดแต่สด on 2007-12-25 03:49